การทดสอบสารเคมีที่ใช้กำจัดลูกน้ำยุงลายในเขต 5 ปี 2547
Larvicide Testing for Aedes Larvae control in region 5, B.E. 2547
     
  ธวัลรัตน์ แดงหาญ วทม. (บริหารสาธารณสุข) Tawulrat Deangharn M.Sc.(Health Admimistration)
  อภิรัตน์ โสกำปัง สค.ม.(สังคมศาสตร์การแพทย์ฯ) Apirat Sokampang M.A.(Medical and Health social sciene.)
  ดอกรัก ฤทธิ์จีน ประกาศนียบัตรพนักงานอนามัย Dokrak Rithjeen Cert. In Senior Health worker.
  สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 นครราชสีมา   The office of Diseases Prevention and control 5
    Nakhonratchasima province
บทคัดย่อ
         การใช้สารเคมีควบคุมลูกน้ำยุงลายเป็นวิธีการหนึ่งในการควบคุมลูกน้ำยุงลาย ซึ่งในปัจจุบันมีการเปิดเสรีทางการค้า และท้องถิ่นสามารถจัดหาเพื่อการสนับสนุนการป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออกได้เอง และมักจะได้รับคำบอกเล่าจากประชาชนว่าสารเคมีที่ใช้ในการป้องกันควบคุมโรคไม่ได้ผล ผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพของสารเคมีกำจัดลูกน้ำยุงลายที่ใช้ในเขต 5 เพื่อเป็นข้อมูลในการวางแผนดำเนินงาน เพื่อให้การควบคุมโรคเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ วิธีดำเนินการวิจัย เป็นการวิจัยเชิงทดลอง เพื่อเปรียบเทียบคุณภาพสารเคมีกำจัดลูกน้ำยุงลายที่ใช้ในเขต 5 โดยวิธี Bioassay Test โดยทำการสำรวจการใช้สารเคมีในเขต 5 และเลือกชนิดที่ใช้มากมา 5 ชนิด ได้แก่ชนิด A ,B,C,D และ E ( ชื่อสมมติ )นำมาทดลองกับลูกน้ำระยะที่ 3 - 4 โดยแยกเป็นลูกน้ำในเขตเมือง และเขตชนบทในจังหวัดในเขต 5 ได้แก่จังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ มหาสารคาม สุรินทร์ และบุรีรัมย์ ในสารเคมีชนิดละ 3 ชนิด ๆละ 40 ตัว และสัมภาษณ์ประชาชนในหมู่บ้าน 5 จังหวัดจำนวน 332 หลังคาเรือนเพื่อศึกษาวิธีใช้สารเคมีกำจัดลูกน้ำยุงลายของประชาชน และสำรวจความชุกชุมของลูกน้ำยุงลายในบ้านที่ทำการศึกษา และเจ้าหน้าที่สถานีอนามัยจำนวน 10 แห่ง ผลการวิจัย ความไวในการกำจัดลูกน้ำยุงลายของสารเคมีกำจัดลูกน้ำยุงลาย พบว่า ในช่วง 3-24 ชั่วโมงแรก สารเคมีที่สามารถกำจัดลูกน้ำยุงลายได้ร้อยละ 100 ได้แก่ชนิด A ,C และ ,D ทั้งลูกน้ำในเขตเมืองและชนบท ส่วน ชนิด E กำจัดได้ร้อยละ 99.2 ในวันที่ 1 และ 100.0 ในวันที่ 2 (ในเขตชนบท) และในเขตเทศบาลกำจัดได้ร้อยละ 81.7-95.0 ส่วนชนิด B สามารถกำจัดลูกน้ำในเขตเมืองได้ร้อยละ 13.3 และนอกเขตเทศบาลได้ ร้อยละ 12.5 และเมื่อครบ24 ชั่วโมงสามารถกำจัดลุกน้ำยุงลายได้ ร้อยละ 30.0 และ 31.6 ตามลำดับ จากการสัมภาษณ์ พบว่า ประชาชนได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานมากกว่า 3 ครั้ง/ปี และมีเพียงพอใช้ร้อยละ 71.3 ชนิดของภาชนะที่ใส่สารเคมีกำจัดลูกน้ำมากที่สุดได้แก่อ่างซีเมนต์ในห้องน้ำ รองลงมาคือ อ่างซีเมนต์ลาดส้วมและโอ่งน้ำใช้ โอ่งแดงใหญ่และโอ่งน้ำดื่มใช้น้อย วิธีการใช้นิยมโรยลงในน้ำโดยตรง รองลงมาโดยการห่อผ้า และบางพื้นที่ใช้ซองยาเจาะรู เมื่อทดสอบความแตกต่างของการพบลูกน้ำจากวิธีการโรย และการห่อผ้ารวมกับการใส่ซองยาเจาะรู พบว่าไม่มีความแตกต่างกัน (p > 0.05) จากการศึกษาครั้งนี้สรุปได้ว่าสารเคมีเคลือบเม็ดทรายชนิด A,C.D และ E มีความไวในการกำจัดลูกน้ำยุงลายได้ตามเกณฑ์มาตรฐานเมื่อทดลองครบ 24 ชั่วโมง ไม่แตกต่างกัน ยกเว้น ชนิด B ยังมีความไวในการกำจัดลูกน้ำยุงลายได้น้อย และเมื่อทดสอบฤทธิ์คงทนของสารเคมี พบว่าทุกชนิดมีฤทธิ์ความคงทนมากกว่า 3 เดือน แต่เทคนิคการใช้สารเคมีในพื้นที่ของประชาชนยังไม่ถูกต้องจึงทำให้ประสิทธิภาพการควบคุมลูกน้ำยังไม่ดีเท่าที่ควร
คำสำคัญ : Bioassay test, Aedes Larvae,control,dengue

จำนวนผู้เข้าชม Hit Counter คน