การพัฒนาปัจจัยแวดล้อมทางสังคม เพื่อเสริมสร้างพฤติกรรมการขับขี่ที่ปลอดภัย
ของผู้ขับขี่รถจักยานยนต์ อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา พ.ศ. 2546
THE DEVELOPMENT MODEL OF SOCIAL FACTORS ABOUT MOTORCYCLE'S DRIVER FOR SAFETY AT AMPHOUR DANKUNTOD NAKHONRATCHASIMA, 2003.
     
เปรมปรีดิ์ ชวนะนรเศรษฐ์ ป.พยาบาลศาสตร์, วทม.(สุขศึกษา) * Prempree Chawananarasert M.Sc.PH.*
นิ่มนวล พรายน้ำ วทบ.(สุขศึกษา) * Nimnual Prynum B.SC.*
พ.ต.ท. อนวัช ชมากฤษ์ รป.บ.(ตร.), พบ.ม.(นโยบายสาธารณะ Anawat Chamalerk M.PA.**
    และบริหารโครงการ) **    
เดชา เจริญมิตร ป.ผู้นิเทศน์งานอาวุโสระดับ Decha Charoernmitra Cert. OF Senior Superviser.*
    นักวิชาการควบคุมโรค*    
สำลี เรืองศรี พยาบาลเทคนิค* Samlee Ruansri TN.*
* สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5 นครราชสีมา   * Office of Disease Prevention and Control 5
    Nakhonratchasima
** สถานีตำรวจภูธรอำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา ** Dankuntod Police station.
 
บทคัดย่อ
           การวิจัยกึ่งทดลองครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาปัจจัยแวดล้อมทางสังคม และการส่งจดหมายทางราชการ เพื่อเสริมสร้างพฤติกรรมการขับขี่ที่ปลอดภัยของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา พื้นที่ทดลองคือบ้านถนนหักใหญ่ และพื้นที่เปรียบเทียบคือบ้านสำนักพิมาน ตำบลกุดพิมาน อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา การพัฒนาปัจจัยแวดล้อมทางสังคมคือ การประชุมกลุ่มโดยใช้เทคนิคการมีส่วนร่วม โดยเนื้อหาเกี่ยวกับความรู้ในการขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ปลอดภัย กฎหมายจราจรเกี่ยวกับการสวมหมวกนิรภัย และการดื่มสุราขณะขับรถ, ความรุนแรงของการเกิดอุบัติเหตุ และความรู้ในการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุ การส่งจดหมายที่ลงนามโดยผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอ ที่มีเนื้อหาสถานการณ์การอุบัติเหตุ การป้องกันและลดอุบัติเหตุ การแสดงความห่วงใย การเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เก็บรวบรวมข้อมูลโดย ใช้เครื่องมือแบบสัมภาษณ์ ในกลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนตร์ จำนวน 40 ราย ด้วยการวัดผลก่อนและหลังดำเนินการ ผลการวิจัย พบว่าหลังดำเนินงานผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ในพื้นที่ทดลองมีการรับรู้กฎจราจร และพฤติกรรมการขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ปลอดภัยสูงกว่าก่อนดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ P < 0.05 และเมื่อเปรียบเทียบระหว่างพื้นที่เปรียบเทียบและทดลองพบว่าไม่แตกต่างกัน ส่วนการรับรู้ข้อมูลข่าวสารในจดหมายทางราชการ ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ได้รับจดหมายร้อยละ 80 ปฏิบัติตามคำแนะนำในจดหมาย ร้อยละ 37.5 ทำให้ระมัดระวังการขับขี่มากขึ้น ร้อยละ 47.5 ทำให้เล่นน้ำช่วงเทศกาลสงกรานต์สุภาพขึ้น ร้อยละ 17.5 ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ แกนนำให้คำแนะนำผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ 55 ครั้ง เป็นจำนวน 32 คน ข้อเสนอแนะจากการวิจัย ควรสร้างความเข้าใจในกลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์โดยตรง เรื่องการขับรถที่ปลอดภัย กฎหมายจราจร และเรื่องการเล่นน้ำอย่างปลอดภัย ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ และส่งเสริมให้บุคคลสำคัญในชุมชน มีการกระตุ้นเตือนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างต่อเนื่อง และถี่ขึ้นในช่วงเทศกาล
 

จำนวนผู้เข้าชม Free Hit Counter คน